วาเลนไทน์เดย์

ปฏิทิน

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อาหารออร์แกนิก

อาหารออร์แกนิกเพื่อสุขภาพ

แอปเปิ้ล

อาหารออร์แกนิกเพื่อสุขภาพ (ไอเอ็นเอ็น)

         ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันคนเรามีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีมากกว่า 15,000 ชนิด ทั้งจากอาหาร น้ำดื่ม อากาศ สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารพิษ ทั้งพิษจากโลหะหนัก สารตะกั่ว พลาสติก กระบวนการปิโตรเคมี ภาชนะที่ใส่อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย

         ด้วยพิษภัยของสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและสิ่งแวดล้อม ทำให้ร่างกายกลายเป็นแหล่งสะสมสารพิษ และส่งผลให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ อาทิ ออทิสติก หอบหืด ภูมิต้านทานบกพร่อง โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท โรคผิวหนัง อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมไปถึงโรคมะเร็ง ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการจากสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน อาหารออร์แกนิกจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของคนรักสุขภาพ เพราะเป็นอาหารจากธรรมชาติเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

         ปัจจุบัน ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด โดยดูจากอัตราการเกิดโรคและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เทียบกับ 20 ปีที่ผ่านมา เด็กอเมริกันทุกวันนี้เป็นโรคมะเร็ง ออทิสติก และหอบหืดเพิ่มมากขึ้น โดยอัตราส่วนของเด็กที่เป็นออทิสติกเพิ่มขึ้น จาก 1 : 2,000 คน เป็น 1 : 66 คน

         จากตัวเลขดังกล่าวข้างต้นบอกได้ว่า พิษภัยของสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและสิ่งแวดล้อม ทำให้ร่างกายเป็นแหล่งสะสมสารพิษ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น และจนมาถึงช่วงของการตั้งครรภ์ ซึ่งถ้าหากคุณแม่มีสารพิษสะสมอยู่ในร่างกายและตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะมดลูก สารพิษเหล่านั้นก็ส่งผลต่อทารกในครรภ์ด้วยและการที่คุณแม่ได้รับสารพิษพวกนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากๆ ก็จะทำให้มีพิษในเลือดปริมาณที่สูง พิษเหล่านี้อาจไปทำปฏิกิริยาหรือส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก ในครรภ์ได้

         แต่หากคุณแม่มีการดูแลร่างกายตั้งแต่ก่อนและขณะตั้งครรภ์ โดยมีการล้างพิษออกจากร่างกาย ด้วยวิธีการที่ได้รับการรับรองจากการแพทย์ เพื่อกำจัดสารพิษที่ตกค้างในร่างกายเพื่อให้ร่างกายสะอาด ด้วยการรับประทานอาหารออร์แกนิกตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ความเสี่ยงต่อโรคทั้งหลาย เช่น ออทิสติก หอบหืด ภูมิต้านทานบกพร่อง มะเร็ง ที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อยก็จะลดน้อยลงและตัวคุณแม่ก็จะแข็งแรงด้วยเช่นกัน

         สำหรับ Organic Food (อาหารออร์แกนิก) หรือ อาหารเกษตรอินทรีย์ คือ อาหารที่ผ่านการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ตัดต่อทางพันธุกรรม หรือวัตถุสังเคราะห์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์ และสารเคมีกำจัดวัชพืช โดยจะต้องมีการเตรียมหน้าดินก่อนการปลูกโดยวิธีธรรมชาติ คือ ต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยชุมชนชาวนาเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย ทุกขั้นตอนการปลูกและการแปรรูป อยู่ในมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ
         นอกจากนี้ปัจจัยการผลิตอาหารต้องมีการอนุรักษ์ดินและแหล่งน้ำโดยวิธีการที่ ยั่งยืนและปลอดภัย 100% เรียกได้ว่าเป็นพืชผักที่โตมาแบบวงจรธรรมชาติ ดังนั้นผลผลิตที่ได้จึงเป็นผลผลิตที่มาจากการเจริญเติบโตตามธรรมชาติอย่าง แท้จริง มีกลิ่นหอมตามแบบธรรมชาติ รสชาติดี มีวิตามินและเกลือแร่ครบถ้วน ส่วนปศุสัตว์แบบออร์แกนิกก็จะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงสัตว์จะมีอิสระ วิ่งได้ตามธรรมชาติ อาหารที่ใช้ในการเลี้ยงจะไม่มีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเจือปน และจะไม่มีการให้อาหารสำเร็จรูป

         ผลิตภัณฑ์ของออร์แกนิกนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามสัดส่วนของวัตถุดิบและส่วนผสมซึ่งเกิดจากการเพาะปลูกด้วยกระบวนการออร์แกนิก นับตั้งแต่ 75-100 เปอร์เซ็นต์ โดยการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานขององค์กรออร์แกนิกที่ได้รับการยอมรับ จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้นมีราคาสูงกว่า ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน เพราะต้นทุนการผลิตที่สูงและข้อจำกัดในการควบคุมคุณภาพ จึงไม่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกได้ในปริมาณมากเช่นเดียวกับการผลิต สินค้าอุตสาหกรรมในสังคมปัจจุบัน

         แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยมลพิษและสารพิษที่ส่งผลต่อทั้ง ร่างกายและจิตใจ ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาหารออร์แกนิกเข้ามาเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของคนไทยมากขึ้น ด้วยกระบวนการควบคุมคุณภาพอาหารที่มีความปลอดภัยเต็มที่ อาหารออร์แกนิกจึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนที่รักสุขภาพ และจากผลการวิจัยจำนวน 41 ชิ้นโดย The Soil Association ประเทศอังกฤษ ในปี 2544 พบว่าพืชที่ปลูกโดยวิธีออร์แกนิกจะมีวิตามินซีที่มีสูงกว่าอาหารทั่วไปถึง 27% ธาตุเหล็กสูงกว่า 21 % และสารแมงกานีสสูงกว่าถึง 29 % เลยทีเดียว

         นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบคุณค่าสารอาหาร ระหว่างอาหารออร์แกนิก (หรือพืชผักผลไม้ที่ปลูกตามธรรมชาติ) และอาหารในซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ทดสอบโดยใช้ แอปเปิ้ล , มันฝรั่ง, ลูกแพร์, ข้าวสาลี, ข้าวโพด มีการใช้ตัวอย่างสำหรับการทดสอบในแต่ละครั้ง โดยใช้ตัวอย่างทดสอบกลุ่มละ 15 ผล (หรือชิ้น) วิเคราะห์และเปรียบเทียบ โดยวัดปริมาณแร่ธาตุสารอาหารเฉลี่ยต่อน้ำหนักพบว่า ปริมาณแร่ธาตุในอาหารออร์แกนิก มีมากกว่าอาหารทั่วไปในซุปเปอร์มาเก็ต ดังนี้ แคลเซียมมากกว่า 63% โครเมียมมากกว่า 78% เหล็กมากกว่า 73% แม็กนีเซียมมากกว่า 118% โมลิบดีนัม มากกว่า 178% ฟอสฟอรัสมากกว่า 91% โปตัสเซียมมากกว่า 125% สังกะสีมากกว่า 60% และยังพบว่า สารปรอท ซึ่งเป็นสารพิษที่พบในอาหารทั่วไปในปริมาณที่ค่อนข้างสูง กลับพบในอาหารออร์แกนิกน้อยกว่าอาหารทั่วไปถึง 29%

         อย่างไรก็ตาม อาหารออร์แกนิกมิใช่อาหารที่สะอาดบริสุทธิ์โดยปราศจากสิ่งเจือปน หรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ หากแต่มีสารเจือปนซึ่งเป็นธรรมชาติ อย่าง แบคทีเรีย แต่ไม่ใช่สารแปลกปลอมที่เกิดจากการสังเคราะห์โดยมนุษย์ เพราะสิ่งแปลกปลอมตามธรรมชาติจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ทำงานตาม ปกติในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย รวมทั้งแบคทีเรียบางประเภทยังช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายเป็นไปอย่างสมดุล
         ดังนั้นการรับประทานอาหารออร์แกนิก นอกจากจะเป็นอาหารที่ช่วยต้านโรคต่างๆ อาทิ มะเร็ง ภูมิแพ้ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีในปริมาณที่สูงกว่าอาหารทั่วไป เนื่องจากคุณค่าของอาหารยังคงความสมบูรณ์ และสดนานกว่าอาหารทั่วไป แม้ว่าทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคออร์แกนิกจะมีราคาสูง แต่หากการตัดสินใจของคุณอยู่บนพื้นฐานของการสร้างสุขภาพที่ดี และการคืนสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ อาหารออร์แกนิกจึงน่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัว และคุ้มค่าสำหรับคุณและครอบครัวของคุณได้เป็นอย่างดีทีเดียว



อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารอร่อย...เหมาะกับวัย

          ดร.ชนิดา ปโชติการ อุปนายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้คนเรากินอาหารไม่เหมาะกับช่วงอายุ เช่น คนหนุ่มสาววัยเติบโต กลับกินน้อย สาเหตุกลัวอ้วนเป็นอันดับหนึ่ง วัยเด็กที่ควรได้รับสารอาหารเต็มที่ แต่ถ้ากินไม่ถูก กินไม่พอเพียงจะทำให้ร่างกายเป็นโรคขาดสารอาหารได้ คนวัยผู้ใหญ่กลับกินมากเกินไป ผลคือน้ำหนักเพิ่ม ไขมันถามหา แล้วตามด้วยโรคภัยที่มากับการกินเกิน
 
          จากประสบการณ์ที่ทำงานร่วมกับนักโภชนาการในโรงพยาบาล พบว่า การกินของคนไทยแต่ก่อนที่เคยเป็นปัญหาเรื่องโรคขาดสารอาหาร ในชนบทที่ห่างไกลหรือคนที่อยู่ไกลทะเล ประสบปัญหาขาดธาตุไอโอดีน ตอนนี้ปัญหาที่ว่าเบาบางลงไปแล้ว แต่ปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นคือคนเราทุกวันนี้เป็นโรคไม่ติดต่อกันมากขึ้น โรคภัยที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เป็นโรคที่เกิดจากการกิน เช่น วัยผู้ใหญ่เกิดโรคเกี่ยวกับความดันโลหิต ไขมัน และเบาหวานเพิ่มขึ้น ส่วนเด็กมีภาวะโรคอ้วน สืบเนื่องจากการกินไม่ถูกวิธีและพฤติกรรมที่กินเยอะเกินไป ออกกำลังกายน้อยเกินไป

          ปัญหาสุขภาพยอดฮิตที่ไม่ว่าไปถามหมอจากโรงพยาบาลไหน มักได้คำตอบเหมือนกันคือ โรคยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้ร่างกายเจ็บป่วยเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ โรคมะเร็ง ตามด้วยเบาหวาน ซึ่งนักโภชนาการและแพทย์ ระบุว่าเป็นโรคที่เกิดจากการกระทำ คือการกินผิดนั่นเอง การกินเป็นพฤติกรรมเสี่ยงอย่างหนึ่ง ที่ถ้าทำต่อเนื่องไม่เกิดผลดีแน่ เพราะทำให้เกิดโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง สะสมให้เกิดโรคร้ายหรือมีอัตราเสี่ยงสูงในอนาคต

          ดังนั้น การหากฎเกณฑ์มากำหนดอาหารของคนแต่ละช่วงวัย เป็นเรื่องสำคัญ เพราะครอบครัวหนึ่งประกอบด้วยคนหลายรุ่น มีวัยเด็ก ผู้ใหญ่ วัยชรา กินอาหารหม้อเดียวกันก็ใช่ว่าควรกิน "กับข้าว" หรือการประกอบอาหารสูตรเดียวกัน สมัยก่อนผู้ใหญ่มักไม่กังวลกับอาหารวัยเด็ก เพราะเด็ก ๆ กำลังเจริญเติบโต กินอะไรก็ได้ก็ไม่อ้วน แต่เด็กยุคใหม่อ้วน ออกกำลังกายน้อย ติดคอมพิวเตอร์ ไม่ออกกำลังกาย บ้านไหนมีเด็ก ๆ นอกจากให้เขารู้จักเลือกกินอย่างเหมาะสมแล้ว ต้องกระตุ้นให้เด็กออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น มีลูกหลานในบ้านใช้ให้หยิบของให้ เดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ ได้

          เด็กจะได้เคลื่อนไหวร่างกาย กล้ามเนื้อได้ใช้สมวัย สมกับที่เขากินพิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ กินไขมัน กินคาร์โบไฮเดรต แล้วร่างกายได้ใช้เต็มที่ วัยเด็กต้องดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย เพราะเด็กเคลื่อนไหวร่างกายมาก ชอบวิ่ง เมื่อวิ่งแล้วเหงื่อออก ร่างกายสูญเสียน้ำ เสียเกลือแร่ เด็กจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนผู้ใหญ่ถ้าต้องไปกินพิซซ่ากับลูกกับหลาน คนวัยผู้ใหญ่จะกินอะไร ดร.ชนิดา แนะนำว่า คนรุ่นปู่ย่า หรือคุณพ่อคุณแม่ ไปไหน ๆ กับลูกหลานได้ กินพิซซ่าก็ได้ แต่ขอจำกัดเพียง 1 ชิ้น แล้วเลือกสลัดผักแทน เด็ก ๆ สั่งน้ำอัดลม ผู้ใหญ่กินน้ำเปล่า เด็กกินไอศกรีม ผู้ใหญ่เลือกโยเกิร์ตหรือไอศกรีมเชอร์เบท ข้อจำกัดเรื่องร้านอาหารไม่มี แต่มีเงื่อนไขเรื่องเมนูอาหาร

          ในทางโภชนาการมี "ธงโภชนาการ" สำหรับคนวัยทั่วไป ดังนั้นคนวัยผู้ใหญ่เข้าขั้นผู้สูงอายุก็มี "ธง" สำหรับคนวัยนี้ด้วยเช่น ธงของเด็กหรือพีระมิดอาหารและคนวัยเติบโตเน้นอาหารให้พลังงานสูง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เป็นฐานอยู่ชั้นล่าง แต่พีระมิดผู้ใหญ่เน้นกินผักหลายสี ดื่มน้ำเยอะ ลดไขมันและน้ำตาล เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่มัชฌิมวัย พีระมิดอาหารเหมือนกลับกัน และต้องรวมการออกกำลังกายและการควบคุมอารมณ์ ท่องให้ได้ 3 อ. จัดอย่างสมดุลคือ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์

ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับสู้ Blogger  TAK 3 Med MED